วิธีทำงาน

ข้อมูลเดินทางอย่างไร กว่าจะมาเป็นหนึ่งประโยคบนหน้าจอ

ตั้งแต่หัวใจที่เต้นอยู่จริง จนถึงคำว่า “อารมณ์ดี” บนหน้าแรก มีสี่ช่วงที่ข้อมูลต้องผ่าน และมีกฎสามข้อที่คุมการตัดสินทั้งหมด

เส้นทางข้อมูล

สี่ช่วงที่ข้อมูลต้องผ่าน

1 · ตัวสัตว์

หัวใจเต้น ทรวงอกขยับ ตัวขยับ อุณหภูมิผิวเปลี่ยน สัญญาณพวกนี้มีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครนั่งจดให้ได้ทั้งวัน

2 · อุปกรณ์

ปลอกคออ่านชีพจรจากแรงสะเทือนของหัวใจทุก 2 นาที นับการหายใจจากการขยับของทรวงอกขณะพัก แยกท่าทางด้วยมาตรวัดความเร่งสามแกน และวัดอุณหภูมิที่ผิวใต้ปลอกคอ

3 · แอป

รวมค่าเป็นช่วงเวลา เทียบกับช่วงปกติของสัตว์ตัวนั้นเอง แล้วให้สถานะรายค่าว่าอยู่ในเกณฑ์ เฝ้าระวัง หรือผิดปกติ พร้อมตรวจกฎการแจ้งเตือนซ้ำเป็นระยะ

4 · ข้อสรุป

ออกมาเป็นอารมณ์หนึ่งคำ ดัชนีความสบายตัว 0–100 และรายการสัญญาณที่ใช้ตัดสิน เพื่อให้ย้อนดูได้เสมอว่ามันสรุปแบบนั้นเพราะอะไร

ซ้าย: คลื่นที่เซนเซอร์เห็น · กลาง: ค่าที่ถูกอ่านเก็บเป็นช่วง ๆ · ขวา: แนวโน้มที่เอาไปเทียบกับค่าปกติของตัวสัตว์เอง

หลักที่คุมทุกอย่าง

“สุนัขแต่ละตัวมีฐานไม่เท่ากัน เราจึงเทียบกับตัวเขาเอง ไม่ใช่กับค่ามาตรฐานของสายพันธุ์”

ชีพจรขณะพัก 95 ครั้งต่อนาที อาจเป็นเรื่องปกติของตัวหนึ่ง และเป็นสัญญาณเตือนของอีกตัวหนึ่ง การเทียบกับตารางมาตรฐานจึงให้ทั้งการเตือนที่ผิดพลาดและการพลาดของจริง PetPulse เก็บค่าย้อนหลังของสัตว์แต่ละตัวไว้เป็นฐานของมันเอง แล้ววัดว่าวันนี้เบี่ยงจากฐานนั้นแค่ไหน

ชีพจรสูงตอนวิ่ง ไม่ใช่เพราะมีอะไรรบกวน

ทุกการตัดสินดูบริบทการเคลื่อนไหวเสมอ ค่าที่สูงขณะกำลังวิ่งเล่นจะไม่ถูกนับเป็นความตื่นตัว แต่ค่าเท่ากันขณะอยู่นิ่งจะถูกนับ

ไม่มีข้อมูลสด = ไม่เดา

ถ้าปลอกคอไม่ได้ส่งข้อมูลมาเกิน 15 นาที หรือยังไม่ได้จับคู่ แอปจะตอบว่า “ยังอ่านไม่ได้” ไม่ใช่เดาว่า “ปกติ” — การเดาว่าปกติคือสิ่งอันตรายที่สุดที่แอปแบบนี้ทำได้

ลำดับการตัดสิน

เรื่องสุขภาพถูกถามก่อนเรื่องอารมณ์เสมอ

กฎถูกไล่จากบนลงล่าง เจอข้อไหนก่อนก็หยุดที่ข้อนั้น ลำดับนี้คือเหตุผลที่สัตว์ซึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ แต่มีอุณหภูมิผิวหลุดช่วง จะถูกรายงานว่า “ไม่สบายตัว” ไม่ใช่ “ร่าเริง”

  1. ค่าชีพเบี่ยงหลายตัวพร้อมกัน

    อุณหภูมิผิวหลุดช่วง หรือชีพจรขณะพักสูงพร้อมกับการหายใจที่ผิดปกติ — รายงานว่าไม่สบายตัวทันที และแนะนำให้สัตวแพทย์ดู

  2. ความตื่นตัวสูงสุดต่อเนื่อง

    รายงานว่ากังวล พร้อมชวนให้มองหาสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม เช่นเสียงดังหรือการถูกทิ้งไว้ลำพัง

  3. ชีพจรขณะพักสูงกว่าค่าปกติของตัวเอง

    รายงานว่าไม่สบายตัว และบอกว่าถ้าค้างข้ามคืนควรพบสัตวแพทย์ ตรงนี้คือจุดที่ “เทียบกับตัวเอง” สำคัญที่สุด

  4. กำลังหลับอยู่

    แยกหลับตื้นกับหลับลึก/REM ออกจากกัน เพราะค่าชีพระหว่างหลับลึกต่ำเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติ

  5. HRV ต่ำ หรือเมื่อคืนนอนน้อย

    รายงานว่าอ่อนล้า ซึ่งเป็นสถานะเฝ้าระวัง ไม่ใช่สถานะป่วย

  6. ที่เหลือคือเรื่องอารมณ์

    ขยับบ่อยและตื่นตัวกลาง ๆ = อยู่ไม่นิ่ง · วิ่งเล่นเต็มที่ = ร่าเริง · เดินไปมาสบาย ๆ = อารมณ์ดี · อยู่นิ่งและค่าปกติ = สงบ

สถานะจริงตอนนี้

แล้วตอนนี้ค่าที่เห็นมาจากไหน

เพราะอุปกรณ์ยังไม่วางขาย ช่วงที่สองของเส้นทาง (อุปกรณ์) จึงยังถูกแทนด้วยตัวจำลองในแอป ส่วนช่วงที่สามและสี่ — การเทียบกับฐานของตัวเอง กฎการแจ้งเตือน และการสรุปอารมณ์ — เป็นของจริงทั้งหมด

จำลองแบบคงที่ ไม่ใช่สุ่มใหม่ทุกครั้ง

ค่าถูกสร้างจากรหัสสัตว์คู่กับวันที่ กราฟย้อนหลังของเมื่อวานจึงเป็นค่าเดิมเสมอเมื่อเปิดดูอีกครั้ง ส่วนตัวเลข “ตอนนี้” ขยับตามเวลาจริงระหว่างวัน

ตรรกะทั้งหมดเป็นของจริง

การตัดสินสถานะ การแจ้งเตือน และการสรุปอารมณ์ ทำงานบนตัวเลขที่ได้รับมาโดยไม่สนว่ามาจากไหน วันที่มีเครื่องจริง แค่เปลี่ยนแหล่งข้อมูล ส่วนที่เหลือไม่ต้องแก้

ข้อมูลไม่ได้ออกจากเครื่องคุณ

ทุกอย่างเก็บอยู่ในเบราว์เซอร์ของเครื่องที่คุณเปิด ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ของเรารับข้อมูลสัตว์เลี้ยงไป การสำรองจึงทำด้วยการส่งออกไฟล์เอง

ค่าชีพที่เห็นตอนนี้เป็นข้อมูลจำลอง

อุปกรณ์ PetPulse ทุกชิ้นยังไม่วางขาย ค่าชีพทุกค่าในแอปตอนนี้จึงถูกสร้างขึ้นจากรหัสสัตว์กับวันที่ ไม่ใช่ค่าที่วัดจากสัตว์จริง กราฟย้อนหลังจึงคงที่และดูสมจริง แต่ใช้ตัดสินใจเรื่องสุขภาพไม่ได้ แอปเปิดให้ลองก่อน เพื่อให้เห็นว่าเมื่อฮาร์ดแวร์มาถึงแล้วมันจะทำงานอย่างไร

ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย

PetPulse ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์และไม่ใช้แทนการตรวจของสัตวแพทย์ สิ่งที่แอปทำคือชี้ว่า “มีอะไรเปลี่ยนไป” เพื่อให้คุณพาไปตรวจได้เร็วขึ้น ถ้าสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ ให้ปรึกษาสัตวแพทย์เสมอ

ลองเปิดดูของจริงเลยก็ได้

อ่านสิบรอบก็ไม่เท่าเปิดเข้าไปกดดูเอง แอปมีข้อมูลตัวอย่างให้เล่นตั้งแต่จอแรก